>> course
  >> workshop
  >> time table / tution fee
  << showcase
  >> mad board
  >> mad news
  >> apply
  >> contact
 
Our New Teacher
 
 
เล่าให้ฟังหน่อยว่าทำไมถึงมาเรียนสถาปัตยกรรม ?
ผมเรียนจบมาจากโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย English Program (แสดงว่าเก่งภาษาอังกฤษ) ก็เรื่อยๆ ครับ พอผ่าน สาเหตุที่มาเรียนสถาปัตยกรรม ต้องบอกก่อนว่าที่บ้านผมมีธุรกิจก่อสร้าง แล้วคุณพ่อก็อยากให้เป็นวิศวะ ตั้งแต่ตอนอยู่ ม. 1 แต่ผมพึ่งจะมาเคลียร์กับท่านได้ตอนม. 5 ว่าไม่ได้ไหม เพราะว่าตั้งแต่เด็กๆ ก็สนใจศิลปะอยู่แล้ว ป๊าก็เลยบอกว่างั้นคนละครึ่งทาง มาเรียนสถาปัตย์แล้วกัน แล้วผมก็เริ่มเรียนสถาปัตย์ตั้งแต่ม. 5 เทอม 1 ตอนนั้นเลย ตอนแรกติวกับรุ่นพี่ก่อน แล้วก็มาเรียนที่ artHOUSE ตอนเทอม 2

มาเรียนแล้วเป็นยังไงบ้าง ?
ชอบนะครับ ตอนแรกก็ไปเดินดูมาหลายที่เหมือนกัน ดูไปดูมาก็ชอบที่นี่สุด เพราะว่าดูเป็นกันเอง อบอุ่นดี ก็เลยมาเรียน แล้วเพื่อนก็แนะนำมาด้วย
 
 
 
จากที่ไปติวที่อื่น แล้วมาติวที่นี่ มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง ?
ผมชอบที่นี่อย่างหนึ่งฮะ คือพี่เค้าเปิดรับไอเดียเด็ก อย่างบางทีเค้าจะต้องทำอย่างนี้ แพทเทิร์นตามนี้เป๊ะๆ แบบนี้มา แต่พอพี่ที่นี่เค้าจะแบบว่า น้องคิดมาเลย พี่รับได้ แล้วพี่เค้าจะรับไอเดียของเรา ผมก็กล้าที่จะเสนอไอเดียแปลกๆ แล้วผมก็ได้ไม้ตายจากที่นี่น่ะแหละ

วิธีเรียนแบบนี้ช่วยในตอนสอบมากน้อยแค่ไหน ?
ก็ช่วยได้นะ เพราะมันไม่เป็นการปิดกั้น อย่างคณะนี้มันก็ไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้วว่าอะไรถูกอะไรผิด มันอยู่ที่ว่าเราจะคิดอะไรได้ใหม่กว่ากัน เร็วกว่ากัน ดีกว่ากัน แล้วก็เหมาะสมกับโจทย์กว่ากัน

ทำไมต้องเป็นสถาปัตย์ อินเตอร์ ?
ต้องบอกก่อนว่าผมติดสถ.(ภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย – ภาคปกติ ภาษาไทย) ด้วย ตอนแรกก็เครียกเลือกไม่ถูกว่าจะเลือกอะไรดี ก็คุยกับหลายคนมาก ทั้งญาติ ทั้งอาจารย์ ทั้งพ่อ ทั้งแม่ แต่สุดท้ายก็เลือก INDA เพราะว่ามันเหมาะกับตัวเรามากกว่า ไม่ได้หมายความว่าอันไหนดีไม่ดีนะ แต่คืออันนี้เหมาะกับเรามากกว่า จะให้ไปนั่งทำงานอย่างภาคภาษาไทยก็ได้ แต่มันอาจจะไม่ชอบ ผมมองว่าในอนาคตผมของชอบอยู่ต่างประเทศมากกว่า คงมีโอกาสไปต่อได้มากกว่า แล้วผมก็ยังไม่รู้ว่าผมชอบสาขาไหน คือจะให้เลือกไปเลยว่าเรียน Landscape ก็ไม่ชัวร์ จะให้เรียนออกแบบห้างตึกไปก่อนก็ยังไม่ชัวร์ เพราะงั้นเราก็เรียนพื้นฐานไปก่อน 4 ปี แล้วค่อยไปต่อเมเจอร์อีกสองปีดีกว่า
 
 
 
ภาคภาษาไทยกับภาคอินเตอร์ที่ INDA แตกต่างกันอย่างไร ?
ภาคภาษาไทย เค้าจะเลือกเมเจอร์ไปเลยตั้งแต่ตอนเอนท์ แล้วเรียนจบ 5 ปี แต่ถ้าที่ INDA จะเรียนพื้นฐานสี่ปีก่อนแล้วค่อยไปต่อเมเจอร์อีกสองปีแล้วได้ปริญญาโท คือจะไปเรียนต่อที่ไหนก็ได้ในโลก

แล้วถ้าไม่ไปต่อปริญญาโทสามารถทำงานได้ไหม ?
ทำงานได้ครับ แต่เซ็นท์แบบไม่ได้ หลายคนจะมองว่าเป็นปัญหา แต่เท่าที่ผมได้ข้อมูลว่า สมมุติว่าตึกๆ นึง มีสถาปนิกร้อยคน ก็เซ็นท์แบบแค่คนเดียว เพราะฉะนั้นก็ไม่เป็นปัญหา

เล่าถึงตอนที่ไปสอบให้ฟังหน่อย ว่าถ้าจะเข้า INDA ต้องสอบวิชาอะไรบ้าง ?
ก็มี CU-TEP เป็นภาษาอังกฤษ, CU-AAT สอบภาษาอังกฤษกับเลข แล้วก็ CU-TAD สอบวาดรูป
 
 
 
มีความแตกต่าง ยากง่าย กว่าการสอบเข้าภาคภาษาไทยอย่างไร ?
ต่างกันเยอะเลยครับ พูดถึงความถนัดฯ ดีกว่า ถ้าความถนัดฯ รุ่นผมจะมี choice มีอะไรเยอะแยะไปหมดเลย แต่ถ้าเป็น INDA หลายคนจะบอกว่าง่ายกว่าสองสามเท่าเลย เพราะว่าคะแนนเฟ้อกว่า แต่ว่าการจะทำให้ได้คะแนนสูงก็ยากนะ เพราะมันเป็นไอเดียซะเยอะนะ อย่างปีผมใช้ part ไอเดีย 50% เลยนะ คุณต้องคิดให้ได้ คิดให้ทัน ไม่ใช่คุณเก่งอย่างเดียวแค่คุณไม่ทันคุณก็ตายไปเลย ใครทำได้ก็สิบคะแนลอยมา เพราะโจทย์เค้าจะหลากหลายไสตล์มาก อย่างให้ออกแบบโลโก้ร้านขนมไทย หรือให้ออกแบบแผงหนังสือพิมพ์ มีหลายแบบ

ยากไหมที่ข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษหมดเลย ?
เป็นภาษาอังกฤษระดับธรรมดามาก ไม่ใช่ผมเก่งนะ ผมว่ามันธรรมดามาก แต่ผมเห็นมาหลายรอบแล้วสังเกตเอง มันจะมีอยู่ part นึงที่เป็น part ฆ่าเด็ก เค้าจะบอกว่าให้เอาอย่างนี้ไปออกแบบอันนี้ แล้วที่บอกมามันเป็นศัพท์ยากหมดเลย อย่างคราวที่แล้วมันเป็น Newspaper Kiosk ซึ่งตาย ไม่รู้ มันเป็นแผงขายหนังสือพิมพ์ ต่อมาก็เป็น Vending Machine อันนี้รู้ว่ามันเป็นเครื่องขายน้ำ แต่คนไม่รู้ก็ตายเลย มันยากตรงที่เป็นศัพท์ที่ไม่ค่อยเห็นกันเท่าไหร่ ที่เหลือก็สบายแล้ว
 
 
 
ตอนนี้ก็เรียนปีหนึ่งแล้ว ทำไมถึงอยากจะกลับมาเปิดคอร์สติวที่ artHOUSE ?
เพราะว่าสอบ CU-TAD ห้าครั้ง แล้วผมก็เชื่อว่าผมรู้อะไรเยอะเกี่ยวกับข้อสอบนี้ รู้ในระดับหนึ่ง แล้วก็จะมีรุ่นน้องที่รู้จักกันที่ให้ช่วยสอน ผมจำได้ว่าตอนม. 6 ผมก็อยากได้รุ่นพี่มาช่วยบอกว่าต้องทำยังไง ไม่ใช่มาทำเองหมดเลย ตอนนั้นเครียดมาก ไม่มีใครมาให้เป็นตัวอย่างเลย เลยรู้สึกว่าอยากจะช่วยน้องบ้าง คือคนที่เปิดตัวเฉพาะของ INDA เนี่ยมีน้อย ส่วนใหญ่เป็นสถาปัตย์ทั่วไป

เนื้อหาในคอร์สจะมีอะไรที่ต่างจากการติวสถาปัตย์ทั่วๆ ไปบ้าง ?
เบื้องต้นเลยที่คิดไว้คืออยากให้น้องรู้แนวข้อสอบแล้วก็ทำข้อสอบให้ได้ก่อน พอมีเวลาว่างแล้วค่อยมาดูอย่างอื่นเพิ่ม พูดถึงแนวข้อสอบแล้วผมจะแบ่งเป็นสอง part คือ part ที่เป็น logic เรื่องดีไซน์ ปล้วก็ part ที่เป็น perspective ที่ต้องฝึกเยอะมาก ที่แตกต่างจากที่อื่นก็คือ ผมพึ่งสอบเสร็จมาใหม่ อะไรที่ใหม่ๆ สดๆ ยังแน่นยังเข้าใจกันมันบอกต่อง่ายกว่า พี่น้องคุยกันรู้เรื่องกว่า ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษก็สำคัญ ยิ่ง part หลังที่เป็น perspective ที่เค้าจะมีเรื่องนิยายมาให้แล้วให้เรามาแปลความ ถ้าคนไม่รู้ว่ามันต้องมีอันนี้ในภาพนะ ก็เสร็จเลย ซึ่งส่วนนี้เราก็จะมีช่วยด้วย
 
 
 
จากน้องติวมาเป็นพี่ติว มีวิธีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?
เตรียมตัวเยอะ เยอะมากเลยครับ มีไปยืมชีทจากเพื่อนที่เรียนสถาปัตย์ เอาชีทเก่ามา เอาข้อสอบเก่ามา อันไหนดีเหมาะสมที่สุด บางอันดีแต่ไม่เหมาะกับ CU-TAD ก็ไม่เอา อันไหนไม่มีก็ไปหามาเพิ่ม พยายามเตรียมเนื้อหาให้สมบูรณ์

คาดหวังกับคอร์สนี้มากน้อยแค่ไหน ?
ผมไม่หวังให้คนมาเรียนเยอะ แต่อยากให้น้องที่มามีความตั้งใจ แล้วก็สอบติดทุกคน ไม่หวังอะไรมากหรอก (หัวเราะ)
 
 
 
 
 
 
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
 
aboutus arthouse madhouse news&activities showcase webboard contact
    © All Rights Reserved