>> course
  >> timetable / tuition fee
  << showcase
  >> webboard
  >> news & activities
  >> apply
  >> contact
 
 
 
 
         

Warning: mysql_fetch_array(): supplied argument is not a valid MySQL result resource in /home/www/virtual/arthousegroups.com/htdocs/artshow.php on line 207
กับคะแนนสอบตรงสูงสุด ของ Fashion Design จุฬาฯ ปีนี้!
 
 
น้องแพร์ – สิริพิม พูลสมบัติ เป็นหนึ่งในความภูมิใจนำเสนอของ artHOUSE ในปีนี้ ในฐานะที่มีความพยายาม มานะ บากบั่น จนกระทั่งสามารถสอบเข้าไปชิงที่นั่งในสาขา fashion design ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้สำเร็จ ด้วยคะแนนสูงสุดของปีที่ 98 คะแนน!
 
 
เล่าให้ฟังหน่อยว่ารู้จัก artHOUSE ได้อย่างไร
มีรุ่นพี่ที่โรงเรียนแนะนำมาค่ะ คือพี่เค้าบอกว่าถ้าสนใจเรียนด้านนี้ก็ให้มาที่ artHOUSE สิ เพราะเห็นว่าปีที่แล้วมีคนที่อยากเข้าจุฬาฯ มาเรียนแล้วก็เอนท์ติดหมดเลย ก็เลยลองเสิร์ชใน google ว่าอยู่ที่ไหน ก็ลองโทรศัพท์มาถาม มาดูว่าอยู่ตรงไหน ก็เจอพี่กุ้ง พี่เค้าก็บอกว่าคอร์สสุดท้ายของตอนนั้นมันเต็มแล้ว แต่แพร์ก็บอกพี่เค้าว่าอยากเรียนมากๆ ช่วยหน่อย ทำไปทำมาพี่เค้าก็ช่วยจนได้เรียนตอนประมาณม. 5 เทอมต้น

มีพื้นฐานมาก่อนไหม
มีพื้นฐานด้านศิลปะค่ะ คือชอบวาดรูปอยู่แล้ว ชอบทำงานศิลปะเป็นเบื้องต้นอยู่แล้ว แล้วค่อยมาสนใจแฟชั่นตอนหลังจากนั้น คือเป็นคนชอบดูเสื้อผ้า ชอบแต่งตัว ชอบอะไรสวยๆ งามๆ แล้วที่บ้านแพร์ก็เป็นร้านเทเลอร์ เป็นร้านตัดสูท ก็เลยคลุกคลีกับเรื่องผ้าๆ ก็เลยลองค้นหาดูว่ามีเรียนเรื่องแฟชั่นไหม จนเจอที่นี่ก็เลยมาเรียน ก่อนหน้านี้ลองเรียนมาหลายอย่าง ไม่ได้ลองมั่ว แต่อยากรู้ว่าเค้าเรียนอะไรกันบ้าง บางอันสนใจจริงๆ ก็ลองไปเรียน ว่าประมาณนี้ชอบไหม ก็ไม่ชอบ จนรู้สึกว่าอยากเรียนแฟชั่น ก็ลองมาเรียน
 
 
มาเรียนแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง
มันไม่ได้เหมือนที่เราคิดไว้ทุกอย่าง แฟชั่นมันต้องเริ่มจากอะไรที่เป็นแฟชั่นเลย มันต้องเริ่มจาก figure ซึ่งแพร์ก็ไม่เคยวาดหุ่นใส่เสื้อผ้าอะไรที่จริงจังขนาดนั้น ตอนแพร์มาเรียนแรกๆ แพร์ก็แบบ...ไม่เก่งเลย รู้สึกว่าทำไมตัวเองโง่อย่างนี้ วาดไม่สวยเลย จากที่เคยคิดว่าตัวเองชอบศิลปะก็เริ่มรู้สึกแบบ...ทำไมวาดไม่สวยเลย ไม่เหมือนเพื่อนในห้อง ทำไมเค้าเก่งกันจัง แพร์ก็ไม่ได้วาดดีตั้งแต่แรก แต่ก็ลองพยายามใหม่ เอาใหม่ซิ เอาใหม่ๆ หลายๆ ครั้งจนถีบขึ้นมา เก่งขึ้น จากไม่ค่อยรู้เรื่องก็เริ่มเรียนรู้ไปเองว่ามันต้องประมาณยังไง
 
 
ในหลักสูตรแฟชั่น 5 คอร์สที่เรียนมาทั้งหมด ประทับใจอะไรมากที่สุด
ก็ประทับใจการสอน เหมือนพี่เค้ามีกระบวนการคิดมาแล้วว่า ที่เค้าสอนตรงนี้เค้าต้องการให้เรารู้ในเรื่องอะไรบ้าง เหมือนเค้าเรียบเรียงมาแล้วว่าเราควรรู้อะไร ถึงจะมาเรียนตรงนี้ เป็นพื้นฐานที่ดี แล้วก็ทำให้เรารู้สึกว่ามันน่าสนใจมากขึ้น จริงๆ การเรียนมันก็เหนื่อยนะคะ มันก็ไม่ได้สนุกสนานอะไรขนาดนั้น แต่คงจะเป็นเพราะบรรยากาศมันเครียดผสมกับอะไรหลายๆ อย่าง ช่วงสอบมันเป็นช่วงลุ้นน่ะ มันไม่ได้ประทับใจแต่เหมือนว่าต้องพยายามอดทน คือเรามีจุดมุ่งหมายว่าอยากจะทำอะไร ทำให้เราต้องพยายาม แต่ก็ประทับใจพี่ที่สอน คือโดนว่ามา ก็รู้สึกว่าดี ก็อยากให้พี่เค้าว่าเรา ทำให้เราพยายามปรับปรุงตัวเอง กระตุ้นให้ขยันมากขึ้น มันด้วยสภาพแวดล้อมที่เรียนด้วย เก่งๆ คือเราไม่ได้เก่งขนาดนั้น รู้สึกว่าตัวเองโง่เลยต้องขยันกว่าคนอื่น อย่างคนอื่นเค้าอาจจะได้ตรงนี้แล้ว แต่แพร์จะต้องมากกว่านั้นถึงจะได้เท่าเค้า
 
 
รู้ตัวมาก่อนไหมว่าเป็นคนชอบงานสไตล์ไหน
ตรงนี้เป็นปัญหามาตลอดเลย พี่เค้ามักจะพูดงานเพื่อนเค้าดูมีสไตล์ แต่อะไรคือสไตล์ของเราก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ทำงานไปก็โดนว่าตลอดเลย แพร์ก็รู้สึกท้อแท้บ่อย เหนื่อยบ่อย คิดว่าหรือมันจะไม่ใช่ แต่ถึงจะท้อแต่ไม่ถอย ก็หาต่อไป พอทำไปเรื่อยๆ เหมือนมันโชคดีที่ไปเจอตอนช่วงหลังใกล้จะสอบด้วยว่า งานประมาณนี้มันเป็นเรา ด้วยพี่กับคนอื่นรอบข้างบอกด้วยว่า งานมันดูเป็นแก๊เป็นแก ก็ทำให้เรารู้สึกว่าประมาณนี้ รู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น อยากทำต่อ

งานสไตล์ไหนที่เป็นตัวเรา
สไตล์งานจะชอบใช้สีเอิร์ธโทน เป็นคนติดสีน้ำตาล ชอบใช้สีน้ำตาล งานจะดูธรรมชาติ ไม่รู้จะพูดว่าสไตล์อะไร ต้องดูงานถึงจะเข้าใจ แต่พี่เค้าจะบอกว่างานเราคล้ายของ Chloe คือเรียบ คิดเชยๆหน่อย สีประมาณเอิร์ธโทน ตอนแรกแพร์ยังไม่รู้จักว่า Chloe คืออะไร แต่พี่เค้าบอกว่างานมันใกล้กันนะ ให้ลองไปดูมาว่าใช่ไหม คือมันก็จะมีบางส่วนที่ใช่ แต่มันก็จะมีความเป็นตัวเองด้วย บางทีก็จะชอบสไตล์เท่ๆ บ้าง ตามเทรนด์บ้าง
 
 
จากที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง พอเห็นว่าได้คะแนนสูงที่สุดของที่จุฬาฯแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง
คือตอนก่อนคะแนนออก แพร์ก็รู้ว่าตัวเองทำอะไรไปบ้างตอนสอบ ก็คิดว่าคะแนนน่าจะดี แต่ไม่คิดว่ามันจะดีขนาดนี้ คือแพร์คิดว่าแพร์ทำเต็มที่ เหนื่อยมาก ช่วงก่อนสอบแพร์หยุดเรียนเลย อยู่บ้านทั้งอาทิตย์ก่อนสอบ ชีวิตประจำวันคือตื่นเช้ามาจับเวลาวาดรูป ทุกวัน คือแพร์จะเป๊ะเรื่องรายละเอียดมาก ว่าควรใส่อะไรลงไป ถึงแม้ไม่ได้เป็นคนเก่ง ฉลาดอะไรขนาดนั้น แต่แพร์ก็ขยัน รู้สึกว่าช่วงนั้นขยันมาก เตรียมพร้อมมากว่าต้องอะไรยังไง อะไรทำได้มาก่อนก็ทำ สีฝุ่นต้องขูดใส่กล่องมาก่อน คือเพื่อนจะรู้เลยว่าแพร์มีกล่องอเนกประสงค์ มีทุกอย่างที่ตัวเองจะใช้ครบ ไม่ต้องมาหา เวลาสอบเราไม่ต้องทดลองอะไรแล้ว พี่เค้าก็พยายามเน้นเรื่องนี้ แพร์ก้จับเวลาวาดรูป วันละสองชิ้น สามชิ้น เอามาให้พี่เค้าดู โดนด่าเป็นปกติ ก็พยายามแก้ไขปรับปรุง ท้อและเหนื่อยมาก แต่ก็ไม่ท้อแท้ ไม่คิดว่าตัวเองทำแล้วมันจะเก่งที่สุด แต่ว่าทำให้มันดีเท่าเพื่อน แพร์ก็พยายาม จะได้รู้ว่างานมันใกล้ๆ กับเพื่อนที่เค้าเก่งบ้าง

วันที่สอบนี่ก็รู้สึกพลิกล็อค เพราะกระดาษไม่ได้เป็นไซส์ที่เราซ้อมมา ปกติที่เราทำมันจะเป็นไซส์ A2 ก้คิดว่าชัวร์ว่าต้องกระดาษนั้นแน่นอน จับเวลาด้วยกระเษนั้นตลอด แต่พอข้อสอบออกมาเป็น A4 สามแผ่น ก็อึ้งๆ นิดนึง คือจะทำยังไง มันเป็นไหวพริบในห้องสอบด้วย พอออกมาถามเพื่อน กลายเป็นว่าแพร์ทำงานไม่เหมือนคนอื่นด้วย คือแพร์เอางานมาต่อกันสามแผ่นทำเป็นพาโนราม่า แพร์ลองทำดูว่ามันน่าจะติดเป็นกระดาษไซส์ใหญ่นะ อาจจะบวกๆ กับข้อมูลที่ครบ ทำให้แพร์รู้สึกว่าแพร์มั่นใจ คือมันพึ่งเจอมา แมทช์กับที่เคยเรียน เป็นเพราะเราซ้อมมาเยอะ เหนื่อยมาเยอะ ให้เรากะเวลาได้ มีเวลาเหลือเพียงพอที่จะทำอะไรให้งานมัน complete พอออกจากห้องสอบก็รู้สึกว่าน่าจะได้คะแนนดีบ้างแหละ แต่ไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ ตอนเห็นก็คิดว่า จริงเหรอ ขาดอีสองคะแนน ทำอะไรพลาดไปอ่ะ คิดว่าตัวเองน่าจะโดนหักไปเยอะกว่านี้ ลองบวกๆ ดูคิดว่าน่าจะได้ซัก 80 ถ้าอาจารย์เค้าเมตตา (หัวเราะ) พอมาดูคะแนนก็เหมือนคนบ้าเลย เพ้อ โทรไปถามแม่ว่า 8 แล้ว 9 แล้วก็ 10 ใช่ไหม คิดว่าเค้าคีย์ผิด คนอื่นคงได้ 99 เต็มร้อยกันเยอะมั้ง (หัวเราะ)

แสดงว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น จริงๆ คือขยันมันช่วยได้มากจริงๆ ไม่คิดว่ามันเป็นโชคดีที่ได้ขนาดนั้น คิดว่าเป็นเพราะความพยายามด้วย ไม่ได้ฟลุค อยู่ดีๆก็จะได้มา แต่มันก็อาจจะมีส่วนด้วย เราโชคดีที่เราคิดได้ตอนนั้น ก็ถ้ามีสติ ทำได้ ตอนสอบก็ทำใจไว้แล้วว่าอะไรจะเกิดก็เกิด เพราะเหนื่อยมามากแล้ว ก็ได้แค่นี้จริงๆ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
 
 
สุดท้ายความพยายามอย่างแรงกล้าบวกแรงผลักดันอันท่วมท้น ก็ทำให้น้องแพร์ของเราก้าวไปไปสู่รั้วจามจุรีที่ใฝ่ฝันได้เป็นผลสำเร็จ artHOUSE ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ ^ ^
 
 
 
aboutus arthouse madhouse news&activities showcase webboard contact
    © All Rights Reserved