SHOWCASE
  >> course
  << timetable / tuition fee
  >> showcase
  >> interview
  >> webboard
  >> news & activities
  >> apply
  >> contact
 
 
 
 
 


น้องตั๋ง ว่าที่นักศึกษาคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

ชื่อ : ภูริธิป สุริยภัทรพันธ์ ชื่อเล่น : ตั๋ง คอร์ส : วาดเส้น, ประยุกต์ศิลป์, ออกแบบนิเทศศิลป์
 
 
น้องตั๋งเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของ artHOUSE ในปีนี้ เพราะนอกจากจะสามารถสอบตรงเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยศิลปากรในคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ได้แล้ว น้องตั๋งยังสามารถสอบตรงผ่านในคณะต่างๆ ดังต่อไปนี้ด้วย
คณะมัฑนศิลป์ สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
ภาควิชานิเทศศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
และ สาขาออกแบบทัศนศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
 
 
เริ่มเรียนที่ artHOUSE มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
เริ่มเรียนประมาณปีที่แล้ว ตอนปลายม.5 คือผมมีพื้นฐานมาก่อนแล้ว เคยเรียนมาตั้งแต่เด็กๆ จากหลายๆ ที่ แต่ว่ามันค่อนข้างจะมั่วๆ ไม่ค่อยเป็นระเบียบ พอมาเรียนที่นี่มันก็เป็นระเบียบขึ้น ทุกอย่างเข้าที่พร้อมที่จะสอบ ทฤษฎีค่อนข้างเป๊ะ แน่นอน ว่ามันต้องเริ่มจากอันนี้ๆ แต่ที่ผมเคยเรียนมามันจะเอาอันโน้นที อันนี้ที ไม่ค่อยเป็นระบบเท่าไหร่ แต่พอมาเรียนที่นี่เค้าจะระเบียบทุกอย่างให้มันเข้าที่ ทุกอย่างก็ลงล็อคพอดี
 
 
เล่าให้ฟังถึงการไปสอบที่ศิลปากรให้ฟังหน่อย
ก็ไปสอบศิลปากรก่อนครับ สอบจิตรกรรมก่อน ต้องสอบสี่วิชา พวกวิชาเนื้อหาทั่วไปก็ไม่เท่าไหร่ แต่ที่เป็น Drawing เค้าจะให้วาด figure คน 2 ท่า ท่าแรกเป็นท่านั่ง ท่าที่สองเป็นท่ายืน ให้เวลาท่าละครึ่งชั่วโมง มันยากตรงที่มันตรงเร็ว แล้วเค้าก็จะเปลี่ยนท่าตลอด ต้องรีบๆ เก็บรายละเอียดให้หมด ลงเงาให้เสร็จ แล้วท่าเลือกที่นั่งไม่ดีก็เสร็จเลย เพราะจะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อตรงนั้นไม่มีคนนั่งเท่านั้น

ส่วนอีกวิชาหนึ่งเป็นวิชาสร้างสรรค์ เค้าจะให้น้ำมาแก้วหนึ่ง เทน้ำใส่ไปครึ่งหนึ่ง มีเมล็ดข้าวเปลือกมาให้ ให้จัดมันยังไงก็ได้ แล้วก็เขียนอธิบายแรงบันดาลใจของเราว่ามาจากอะไร มันยากตรงที่มันกว้างมาก ทำอะไรก็ได้ ผลก็ไม่เรียนด้วย ผมก็เลยทำเป็นแบบเมล็ดข้าวแย่งน้ำกันเพื่อความอยู่รอด แล้วก็เป็นคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับสังคมที่ต้องแย่งชิงกัน

อีกวิชาหนึ่งก็คือองค์ประกอบ ก็ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ มันเป็นงานหลายๆชิ้นมาในชีทให้โจทย์มาเป็นเรื่องปาร์ตี้ เป็นความเศร้า ซึ่งมันก็เหมือนกับที่เรียนมาอยู่แล้ว แล้วผมก็ค่อนข้างถนัดอยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาอะไรเท่าไหร่ คะแนนที่ได้ก็ Drawing 68 สร้างสรรค์ 50 องค์ประกอบ 80
 
 
ทำไมต้องจิตรกรรม
ผมว่าเป็นวิชาที่ผมถนัดสุด มั่นใจว่าน่าจะทำได้ดีครับ

หลังจากนั้นก็ไปสอบสาขาอื่นๆ อีกด้วย ?
ก็ไปสอบของคณะมัฑนศิลป์ สาขานิเทศศิลป์, ผลิตภัณฑ์, ประยุกต์ศิลป์ แล้วก็เซรามิค

ทำไมถึงไปสอบเยอะแยะมากมายขนาดนี้ล่ะ?
ก็ผมเคยเรียนมาเยอะ ก็เลยสอบทุกอย่างที่เคยเรียน คือว่ามันคงจะติดซักอัน (หัวเราะ) แต่ใจจริงก็อยากได้ประยุกต์ศิลป์ เพราะคิดว่าผมทำได้ดีที่สุด

การไปสอบที่คณะมัฑนศิลป์มีความแตกต่างกับการไปสอบที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์อย่างไรบ้าง?
อย่าง Drawing ก็จะเป็นวาดเส้นมือ ซึ่งมันค่อนข้างจะง่าย แต่การมาสอบสายออกแบบคู่แข่งจะเยอะ แล้วก็ดูไม่ค่อยออกว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง ไม่เหมือนตอนสอบคณะจิตรกรรมฯ ที่พอดูๆ แล้วจะรู้เลยว่าคนไหนน่าจะติด ดูจากเส้น การลงสี การวางองค์ประกอบ ก็รู้ได้ แต่สายออกแบบเราไม่รู้เลยว่ากรรมการจะชอบยังไง
 
 
มีเทคนิคอะไรจากที่นี่ ที่ได้นำไปใช้ในห้องสอบ?
ก็เรื่องการวัดสเกลครับ การวัดสัดส่วน figure คือผมไม่เคยวาดมาก่อน พึ่งมาเรียนที่นี่ที่แรก ก็ยากนะครับ เพราะที่ผ่านมาเวลาวาดมือมันก็ไม่ต้องวัดสเกลอะไร แต่พอเป็น figure มาวาดส่วนต่างๆมันก็ยากขึ้น จริงๆ ผมไม่มีเทคนิคอะไรเท่าไหร่ คือฝึกเยอะๆ มันจะเป๊ะอ่ะครับ

คิดว่าเมื่อเข้าไปเรียนแล้วจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ?
ผมเลือกที่จะเรียนจิตรกรรม เค้าบอกว่าเมื่อเข้าไปเรียนแล้วจะเป็นการเรียนศิลปะลึกมากๆ ผมก็คิดว่าผมไปเรียนผมจะได้รู้อะไรอีกเยอะ พวกเทคนิคต่างๆ ที่ผมไม่เคยรู้เกี่ยวกับศิลปะ เพราะว่ามันลึกที่สุด ผมก็น่าจะได้อะไรมากที่สุด คือศิลปะทั้งหมดเลยอ่ะครับ
 
Comment :
 
    ? All Rights Reserved